วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ส่งงานครั้งที่ 4 กลยุทธ์

กลยุทธ์สร้างพันธมิตร
                คือ นำเอาจุดแข็งมาบวกกับอุปสรรคที่เป็นปัจจัยภายนอก  แล้วนำมาวิเคราะห์เพื่อทำการสร้างพันธมิตร      
ตัวอย่างเช่น         เราเป็นผู้ประกอบการเปิดร้านกาแฟ  รู้จักแหล่งซื้อที่มีวัตถุดิบราคาถูกและมีคุณภาพ จึงบอกเพื่อนผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจคล้ายๆกันไปซื้อสินค้าในราคาย่อมเยา  นี่ก็เป็นวิธีการในการสร้างพันธมิตรอีกแบบหนึ่ง

กลยุทธ์พัฒนาภายใน
                คือ การพัฒนาภายในเพื่อไปหาโอกาสข้างหน้า โดยการนำจุดอ่อนบวกเข้ากับโอกาส
ตัวอย่างเช่น         เราที่เราทำธุรกิจอะไรร้านกาแฟ แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมสักเท่าไหร่  แต่เราไม่ควรยอมแพ้ง่ายๆ เราก็ควรปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ กลวิธีต่างๆให้สินค้ามีความน่าสนใจมากขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขายให้ดีขึ้น

กลยุทธ์รุกไปข้างหน้า
                คือ การมองที่จุดแข็งของเรา และจุดแข็งในเรื่องนั้นๆ มีโอกาสที่ดีในอนาคต เราจะต้องทำการรุก ซึ่งก็คือ  การรุกไปข้างหน้า  เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีและคุ้มค่ากว่า        
ตัวอย่างเช่น   กรณีเราที่เราทำธุรกิจร้านกาแฟแล้วได้รับความนิยม เราอยากเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น เราก็ควรปรับเพิ่มกลยุทธ์ กลวิธีต่างๆให้สินค้ามีความน่าสนใจมากขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขายให้ดีขึ้นกว่าเดิม

กลยุทธ์ปรับเปลี่ยน
                คือ  การปรับเปลี่ยนแนวคิด หรือบางสิ่งบางอย่างที่มันไม่เกิดผล มีจุดอ่อน และมีอุปสรรคมาก       
ตัวอย่างเช่น    เราทำธุรกิจร้านกาแฟ ขายกาแฟอย่างเดียวแล้วลูกค้าน้อย เราก็ควรมีการเปลี่ยนมาขายสินค้าจำพวกขนมหรือพวกที่กินร่วมกับกาแฟได้ และเพิ่มโปรโมชั่นจูงใจเพื่อให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น 


วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ส่งงานครั้งที่ 3 วิสัยทัศน์ของบริษัท

1.บริษัท CP
เราให้บริการความสะดวกกับทุกชุมชน
2.บริษัท ปตท.
ปตท. สผ. จะเป็นบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย ที่มุ่งมั่นสร้างมูลค่าเพิ่มและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีมาตรฐานการดำเนินงานที่เป็นเลิศ ลงทุนตามแผนยุทธศาสตร์ และคล่องตัวในการเปลี่ยนแปลง
3.บริษัท โตโยต้า
เป็นบริษัทแกนนำของโตโยต้า มอเตอร์ เอเชียแปซิฟิค และเครือข่ายโตโยต้าทั่วโลกเป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับและยกย่องที่สุดในประเทศไทย
4.บริษัท เสริมสุขจำกัดมหาชน
1.มุ่งเน้นให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุดโดยการให้บริการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีที่สุด
2.มองหาโอกาสในการเจาะตลาดและสถานที่ในการจัดจำหน่ายใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ
3.พัฒนาระบบปฎิบัติการ องค์กร และบุคลากรทุกคนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
4.พัฒนาเครือข่ายร่วมมือระหว่างผู้ผลิต และ ตัวแทนจำหน่ายอย่างเต็มที่เนื่องจากความสำเร็จนั้นเกิดจากระบบการจัดการ ที่ยอดเยี่ยมของผู้จัดจำหน่ายเป็นหลัก
5.  บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด 
บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด เป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์โยเกิร์ต นมเปรี้ยวพร้อมดื่มและนมพร้อมดื่มในประเทศไทย โดยเป็นบริษัทในเครือกลุ่มบริษัทดัชมิลล์ เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2527 ปัจจุบันโรงงานดัชมิลล์ ตั้งอยู่ ณ ถนนพุทธมณฑลสาย 8 อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยมีเครือข่ายการจำหน่ายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ดัชมิลล์ดำเนินธุรกิจโดยเน้นกลยุทธ์ด้านคุณภาพและบริการต่อลูกค้าเป็นสำคัญภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่ ความเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำด้านผลิตและการตลาดผลิตภัณฑ์นมที่ดีที่สุดในภูมภาคอาเซียนทั้งนี้บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั้งภายใน และภายนอกประเทศ ทำให้ดัชมิลล์มีศักยภาพในการบริหารที่มีมาตรฐานสูงด้านอุตสาหกรรมนมเทียบเท่าบริษัทสากลชั้นนำของโลก
6.บริษัท ดับเบิ้ลเอ
ดั๊บเบิ้ล เอ มุ่งมั่นสู่การเป็นแบรนด์กระดาษคุณภาพของโลก สร้าง "กระดาษจากคันนา" เป็นมาตรฐานใหม่ที่ไม่เพียงมุ่งเน้นการผลิตกระดาษคุณภาพที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ทั่วโลก แต่ยังใส่ใจตั้งแต่วิธีคิด วิธีผลิตกระดาษที่เน้นถึงความยั่งยืนและไม่ทำของเสียให้เสียของ
7.บริษัททรู
 http://www.truecorp.co.th/tha/images/about/bullet_history.gif เชื่อถือได้

-
เราซื่อตรงและให้เกียรติทุกคนและร่วมกันทำงานเพื่อความสำเร็จร่วมกัน

-
เราสื่อสารอย่างซื่อตรงและเน้นถึงประโยชน์ของบริษัทเป็นสำคัญ

-
เราพยายามทำในสิ่งที่เหมาะที่ควรเพื่อลูกค้าของเรา

-
เราพร้อมจะตัดสินใจและรับผิดชอบในการกระทำของเรา

 http://www.truecorp.co.th/tha/images/about/bullet_history.gif สร้างสรรค์

-
เราพยายามเสาะหาแนวคิดใหม่ๆ และวิธีการใหม่ๆ ซึ่งจะนำมาซึ่งผลิตภัณฑ์และบริการที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ

-
เราแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการทำงานร่วมกัน

-
เราทำงานด้วยความท้าทายซึ่งทำให้ธุรกิจของเราพัฒนาไปสู่ความก้าวหน้าเหนือผู้อื่น

 http://www.truecorp.co.th/tha/images/about/bullet_history.gif เอาใจใส่

-
เราเชื่อมั่นว่าพนักงานของเราคือสินทรัพย์ที่มีค่ายิ่งของบริษัท

-
เราตั้งใจจะทำงานร่วมกันด้วยความสามัคคีและมอบสิ่งที่ถูกที่ควรให้กับลูกค้า เพื่อนร่วมงาน และคู่ค้าของเรา

-
เราปฏิบัติต่อผู้อื่นในลักษณะเดียวกับที่เราอยากให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา

-
เรายอมรับผลงานและยินดีในความสำเร็จของกันและกัน

-
เราสร้างสัมพันธภาพที่ยั่งยืนกับคู่ค้าของเรา

 http://www.truecorp.co.th/tha/images/about/bullet_history.gif กล้าคิดกล้าทำ

-
เรามีความปรารถนาที่แน่วแน่เพื่อพัฒนาบริษัทของเราและเป็นผู้นำในตลาดการค้า

-
เราปฏิบัติงานด้วยความเด็ดเดี่ยว ประเมินความเสี่ยงอย่างสุขุมและเรียนรู้จากข้อผิดพลาด

-
เราตระหนักดีว่าโอกาสเกิดจากความรับผิดชอบและความรู้สึกเป็นเจ้าของในงานนั้นๆ



วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ส่งงานครั้ง 2 โครงการที่สอดคล้องกับ SWOT

ชื่อโครงการ "โครงการเตรียมความพร้อมบุคลากรเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลย"
เป้าหมาย นักศึกษาและบุคคลทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับ เทคโนโลยี
รูปแบบ เป็นโครงการจัดอบรมความรู้และประสบการณ์ด้านการทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

งานครั้งที่ 1 swot


  SWOT Analysis เป็นการวิเคราะห์สภาพองค์การ หรือหน่วยงานในปัจจุบัน เพื่อค้นหาจุดแข็ง จุดเด่น จุดด้อย หรือสิ่งที่อาจเป็นปัญหาสำคัญในการดำเนินงานสู่สภาพที่ต้องการในอนาคต 

SWOT เป็นตัวย่อที่มีความหมายดังนี้
         Strengths - จุดแข็งหรือข้อได้เปรียบ
         Weaknesses - จุดอ่อนหรือข้อเสียเปรียบ
         Opportunities - โอกาสที่จะดำเนินการได้
         Threats - อุปสรรค ข้อจำกัด หรือปัจจัยที่คุกคามการดำเนินงานขององค์การ

          หลักการสำคัญของ SWOT ก็คือการวิเคราะห์โดยการสำรวจจากสภาพการณ์ 2 ด้าน คือ สภาพการณ์ภายในและสภาพการณ์ภายนอก ดังนั้นการวิเคราะห์ SWOT จึงเรียกได้ว่าเป็นการวิเคราะห์สภาพการณ์ (situation analysis) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน เพื่อให้รู้ตนเอง (รู้เรา) รู้จักสภาพแวดล้อม (รู้เขา) ชัดเจน และวิเคราะห์โอกาส-อุปสรรค การวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ทั้งภายนอกและภายในองค์กร ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารขององค์กรทราบถึงการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายนอกองค์กร ทั้งสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคต รวมทั้งผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ที่มีต่อองค์กรธุรกิจ และจุดแข็ง จุดอ่อน และความสามารถด้านต่าง ๆ ที่องค์กรมีอยู่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการกำหนดวิสัยทัศน์ การกำหนดกลยุทธ์และการดำเนินตามกลยุทธ์ขององค์กรระดับองค์กรที่เหมาะสมต่อไป

ประโยชน์ของการวิเคราะห์ SWOT
          วิเคราะห์ SWOT เป็นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ทั้งภายนอกและภายในองค์กร ซึ่งปัจจัยเหล่านี้แต่ละอย่างจะช่วยให้เข้าใจได้ว่ามีอิทธิพลต่อผลการดำเนินงานขององค์กรอย่างไร จุดแข็งขององค์กรจะเป็นความสามารถภายในที่ถูกใช้ประโยชน์เพื่อการบรรลุเป้าหมายในขณะที่จุดอ่อนขององค์กรจะเป็นคุณลักษณะภายใน ที่อาจจะทำลายผลการดำเนินงาน โอกาสทางสภาพแวดล้อมจะเป็นสถานการณ์ที่ให้โอกาสเพื่อการบรรลุเป้าหมายองค์กรในทางกลับกันอุปสรรคทางสภาพแวดล้อมจะเป็นสถานการณ์ที่ขัดขวางการบรรลุเป้าหมายขององค์กร ผลจากการวิเคราะห์ SWOT นี้จะใช้เป็นแนวทางในการกำหนดวิสัยทัศน์ การกำหนดกลยุทธ์ เพื่อให้องค์กรเกิดการพัฒนาไปในทางที่เหมาะสม

ขั้นตอน / วิธีการดำเนินการทำ  SWOT Analysis
          การวิเคราะห์ SWOT จะครอบคลุมขอบเขตของปัจจัยที่กว้างด้วยการระบุจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรคขององค์กร ทำให้มีข้อมูล ในการกำหนดทิศทางหรือเป้าหมายที่จะถูกสร้างขึ้นมาบนจุดแข็งขององค์กร และแสวงหาประโยชน์จากโอกาสทางสภาพแวดล้อม และสามารถ กำหนดกลยุทธ์ที่มุ่งเอาชนะอุปสรรคทางสภาพแวดล้อมหรือลดจุดอ่อนขององค์กรให้มีน้อยที่สุดได้ ภายใต้การวิเคราะห์ SWOT นั้น จะต้องวิเคราะห์ทั้งสภาพแวดล้อมภายในและภายนอก องค์กร โดยมีขั้นตอนดังนี้

          1. การประเมินสภาพแวดล้อมภายในองค์กร
          การประเมินสภาพแวดล้อมภายในองค์กร จะเกี่ยวกับการวิเคราะห์และพิจารณาทรัพยากรและความสามารถภายในองค์กร ทุก ๆ ด้าน เพื่อที่จะระบุจุดแข็งและจุดอ่อนขององค์กรแหล่งที่มาเบื้องต้นของข้อมูลเพื่อการประเมินสภาพแวดล้อมภายใน คือระบบข้อมูลเพื่อ การบริหารที่ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งในด้านโครงสร้าง ระบบ ระเบียบ วิธีปฎิบัติงาน บรรยากาศในการทำงานและทรัพยากรในการบริหาร (คน เงิน วัสดุ การจัดการ) รวมถึงการพิจารณาผลการดำเนินงานที่ผ่านมาขององค์กรเพื่อที่จะเข้าใจสถานการณ์และผลกลยุทธ์ก่อนหน้านี้ด้วย
                   - จุดแข็งขององค์กร (S-Strengths) เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยภายในจากมุมมองของผู้ที่อยู่ภายในองค์กรนั้นเองว่า
         
          ปัจจัยใดภายในองค์กรที่เป็นข้อได้เปรียบหรือจุดเด่นขององค์กรที่องค์กรควรนำมาใช้ในการพัฒนาองค์กรได้ และควรดำรงไว้เพื่อการ เสริมสร้างความเข็มแข็งขององค์กร
                   - จุดอ่อนขององค์กร (W-Weanesses) เป็นการวิเคราะห์ ปัจจัยภายในจากมุมมองของผู้ที่อยู่ภายในจากมุมมอง ของผู้ที่อยู่ภายในองค์กรนั้น ๆ เองว่าปัจจัยภายในองค์กรที่เป็นจุดด้อย ข้อเสียเปรียบขององค์กรที่ควรปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือขจัดให้หมดไป อันจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กร

          2. การประเมินสภาพแวดล้อมภายนอก
          ภายใต้การประเมินสภาพแวดล้อมภายนอกองค์กรนั้น สามารถค้นหาโอกาสและอุปสรรคทางการดำเนินงานขององค์กรที่ได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจทั้งในและระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับการดำเนินงานขององค์กร เช่น อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ นโยบาย การเงิน การงบประมาณ สภาพแวดล้อมทางสังคม เช่น ระดับการศึกษาและอัตรารู้หนังสือของประชาชน การตั้งถิ่นฐานและการอพยพของประชาชน ลักษณะชุมชน ขนบธรรมเนียมประเพณี ค่านิยม ความเชื่อและวัฒนธรรม สภาพแวดล้อมทางการเมือง เช่น พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา มติคณะรัฐมนตรี และสภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยี หมายถึงกรรมวิธีใหม่ๆและพัฒนาการทางด้านเครื่องมือ อุปกรณ์ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและให้บริการ
                   - โอกาสทางสภาพแวดล้อม (O-Opportunities) เป็นการวิเคราะห์ว่าปัจจัยภายนอกองค์กร ปัจจัยใดที่สามารถส่งผลกระทบประโยชน์ ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการดำเนินการขององค์กรในระดับมหาภาค และองค์กรสามารถฉกฉวยข้อดีเหล่านี้มาเสริมสร้างให้ หน่วยงานเข็มแข็งขึ้นได้
                   - อุปสรรคทางสภาพแวดล้อม (T-Threats) เป็นการวิเคราะห์ว่าปัจจัยภายนอกองค์กรปัจจัยใดที่สามารถส่งผลกระทบในระดับมหภาคในทางที่จะก่อให้เกิดความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งองค์กรจำต้องหลีกเลี่ยง หรือปรับสภาพองค์กรให้มี ความแข็งแกร่งพร้อมที่จะเผชิญแรงกระทบดังกล่าวได้

          3. ระบุสถานการณ์จากการประเมินสภาพแวดล้อม
          เมื่อได้ข้อมูลเกี่ยวกับ จุดแข็ง-จุดอ่อน โอกาส-อุปสรรค จากการวิเคราะห์ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกด้วยการประเมินสภาพ แวดล้อมภายในและสภาพแวดล้อมภายนอกแล้ว ให้นำจุดแข็ง-จุดอ่อนภายในมาเปรียบเทียบกับ โอกาส-อุปสรรค จากภายนอกเพื่อดูว่าองค์กร กำลังเผชิญสถานการณ์เช่นใดและภายใต้สถานการณ์ เช่นนั้น องค์กรควรจะทำอย่างไร โดยทั่วไป ในการวิเคราะห์ SWOT ดังกล่าวนี้ องค์กร จะอยู่ในสถานการณ์ 4 รูปแบบดังนี้
                   3.1 สถานการณ์ที่ 1 (จุดแข็ง-โอกาส) สถานการณ์นี้เป็นสถานการณ์ที่พึ่งปรารถนาที่สุด เนื่องจากองค์กรค่อนข้างจะมีหลายอย่าง ดังนั้น ผู้บริหารขององค์กรควรกำหนดกลยุทธ์ในเชิงรุก (aggressive - stratagy) เพื่อดึงเอาจุดแข็งที่มีอยู่มาเสริมสร้างและปรับใช้และฉกฉวยโอกาสต่าง ๆ ที่เปิดมาหาประโยชน์อย่างเต็มที่
                   3.2 สถานการณ์ที่ 2 (จุดอ่อน-ภัยอุปสรรค) สถานการณ์นี้เป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เนื่องจากองค์กรกำลังเผชิญอยู่กับอุปสรรคจากภายนอกและมีปัญหาจุดอ่อนภายในหลายประการ ดังนั้น ทางเลือกที่ดีที่สุดคือกลยุทธ์ การตั้งรับหรือป้องกันตัว (defensive strategy) เพื่อพยายามลดหรือหลบหลีกภัยอุปสรรค ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ตลอดจนหามาตรการที่จะทำให้องค์กรเกิดความสูญเสียที่น้อยที่สุด
                   3.3 สถานการณ์ที่ 3 (จุดอ่อน-โอกาส) สถานการณ์องค์กรมีโอกาสเป็นข้อได้เปรียบด้านการแข่งขันอยู่หลายประการ แต่ติดขัดอยู่ตรงที่มีปัญหาอุปสรรคที่เป็นจุดอ่อนอยู่ หลายอย่างเช่นกัน ดังนั้น ทางออกคือกลยุทธ์การพลิกตัว (turnaround-oriented strategy) เพื่อจัดหรือแก้ไขจุดอ่อนภายในต่าง ๆ ให้ พร้อมที่จะฉกฉวยโอกาสต่าง ๆ ที่เปิดให้
                   3.4 สถานการณ์ที่ 4 (จุดแข็ง-อุปสรรค) สถานการณ์นี้เกิดขึ้นจากการที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินงาน แต่ตัวองค์กรมีข้อได้เปรียบที่เป็นจุดแข็งหลายประการ ดังนั้น แทนที่จะรอจนกระทั่งสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ก็สามารถที่จะเลือกกลยุทธ์การแตกตัว หรือขยายขอบข่ายกิจการ (diversification strategy) เพื่อใช้ประโยชน์จากจุดแข็งที่มีสร้างโอกาสในระยะยาวด้านอื่น ๆ แทน