วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

งานครั้งที่ 9 KM( Knowledge management) มีผลต่อกลยุทธ์ของหน่วยงานอย่างไร

ความรู้ (Knowledge) หมายถึง การเรียนรู้ที่เน้นถึงการจำและการระลึกได้ถึงความคิด วัตถุ และปรากฏการณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นความจำที่เริ่มจากสิ่งง่าย ๆ ที่เป็นอิสระแก่กัน ไปจนถึงความจำในสิ่งที่ยุ่งยากซับซ้อนและมีความสัมพันธ์ระหว่างกัน 
การกำหนดกลยุทธ์ที่ดีของหน่วยงาน จะมาจากความรู้พื้นฐานของผู้บิหารองค์กรที่มีต่อสังคม หรือ บริษัทที่จะกำหนดทิศทางการดำเนินงานว่าต้องเป็นอย่างไร ตามแนวความคิด และองค์ความรู้ของผู้บริหารองค์กรและบุคลากร
การจัดการความรู้ คือ เครื่องมือ เพื่อการบรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 4 ประการไปพร้อมๆ กัน ได้แก่ 
1) บรรลุเป้าหมายของงาน 
2) บรรลุเป้าหมายการพัฒนาคน 
3) บรรลุเป้าหมายการพัฒนาองค์กรไปเป็นองค์กรเรียนรู้ และ 
4) บรรลุความเป็นชุมชน เป็นหมู่คณะ ความเอื้ออาทรระหว่างกันในที่ทำงาน
ดังนั้นในการกำหนดกลยุทธ์ขององค์กรจะต้องใช้หลักเหล่านี้ จึงจะเห็นผลอย่างชัดเจนและมีรูปแบบที่ชัดเจนกับองค์กรนั้นๆ ซึ่งการกำหนดกลยุทธจะมีหลายประเภทคือ

กลยุทธ์การเจริญเติบโต (Growth strategies)
                เป็นกลยุทธ์ที่จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้ยอดขาย กำไร และสินทรัพย์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในระหว่างที่ธุรกิจอยู่ในขั้นที่กลังขยายตัว วัตถุประสงค์เพื่อการเจริญเติบโต เพื่อความอยู่รอดเป็นสำคัญ การสร้างความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง อันจะนำมาซึ่งยอดขายที่สูงขึ้น ต้นทุนต่อหน่วยลดลง และเป็นผลเนื่องจากประสบการณ์ในการผลิตและเป็นผลทำให้กำไรสูงขึ้นอีกด้วย สำหรับ H.J. Heinz Company ถือได้ว่า ได้เน้นกลยุทธ์การเจริญเติบโตโดยวิธีทางลัด เพื่อตัดลดค่าใช้จ่ายทั้งทางด้านการเงินและการบริหารจัดการ กลยุทธ์ที่สำคัญของบริษัท
 กลยุทธ์ระดับธุรกิจ (Business Strategy)
                เป็นกลยุทธ์ที่บริษัทใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบหรือเป็นต่อในการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดหรืออุตสาหกรรมที่หน่วยธุรกิจของบริษัทดำเนินธุรกิจอยู่โดยตรง จากการนำทรัพยากรและความสามารถพิเศษของบริษัทมาทำให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขัน เพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ
 กลยุทธ์ระดับหน้าที่ (Functional Strategy)
            เพื่อเป็นการสนับสนุนให้กลยุทธ์ระดับธุรกิจประสบความสำเร็จ กลยุทธ์ระดับหน้าที่ เป็นการกำหนดเพื่อให้แนวคิดเกิดออกมาเป็นรูปธรรม ที่สำคัญของ H. J. Heinz Company


วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

ศึกษาดูงาน 21-23 มกราคม 2556


ศึกษาดูงาน
วันที่ 21 มกราคม 2556
ออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเวลา 07.00 น.เพื่อมุ่งหน้าไปรับนักศึกษาวิทยาเขตมุกดาหารถึงประมาณเวลา 10.30 น.เมื่อรับนักศึกษาเสร็จรถมุ่งหน้าไปยังโฮมสเตบ้านภูที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ชุมชนบ้านภูเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 50 กิโลเมตร  ผู้นำชุมชนได้ให้ข้อมูลว่าบ้านภูมีจำนวนคัวเรือนไม่มากเมื่อเทียบกับชุมชนอื่นๆ ในจังหวัดมุกดาหารแต่เป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งทุกคนในชุมชนมีความสามัคคีกลมเกลียวกัน จึงได้มีการผลักดันให้เป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี ทางคณะได้พบกับความประทับใจเมื่อเดินทางไปถึงบ้านภู ชาวชุมชนบ้านภูทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงชายแต่งกายด้วยชุดที่ทอขึ้นเองมีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน ออกมาต้อนรับอย่างเป็นกันเองแม้แสงแดดจะร้อนแรงแต่ไม่ได้ทำให้ทุกคนรู้สึกเบื่อหน่ายแต่อย่างใดถือเป็นการต้อนรับที่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แสดงให้รู้ว่า ชุมชนบ้านภูมีความแข็งแรงในด้านของวัฒนธรรมและความสามัคคีของคนในชุมชน ผู้นำชุมชนได้ให้ข้อมูลว่า ชุมชนบ้านภูไม่ได้มีการบังคับคนในชุมชนแต่อย่างใด แต่ทุกคนมาด้วยความเต็มใจ และสมัครใจ ภายในชุมชนมีการจัดทำสินค้าของชุมชนเป็นผ้าทอมือ ขนมไทย รวมไปถึงงานฝีมือต่างๆ  ที่ได้รับการการันตีมาแล้วจากรางวัล OTOP เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนที่สร้างรายได้มาโดยตลอด
ตลอดการเยี่ยมชมโฮมสเตบ้านภูทางคณะได้รับความประทับใจและของฝากติดมือกลับมาคนละชิ้นสองชิ้นเป็นการช่วยสนับสนุนรายได้ให้กับชุมชนตัวผมเองได้ซื้อผ้าทอมือกับมา โดยส่วนตัวแล้วไม่ได้มีความจำเป็นหรืออยากได้เป็นพิเศษแต่เห็นความตั้งใจของคนในชุมชนแล้ว จึงอยากช่วยส่งเสริมอย่างน้อยก็ยังสามารถสร้างกำลังใจให้คนในชุมชนได้ระยะเวลาในการเยี่ยมชมไม่มากนัก ทางคณะเดินทางออกมาจากชุมชนบ้านภูเวลาประมาณ 12.00 น. เพื่อมุ่งหน้าไปยังเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นที่พักตลอดระยะเวลาการไปศึกษาดูงาน ระหว่างทาง ทางคณะได้แวะรับประทานอาหารกลางวันที่จุดพักรถจังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวนคนที่ร่วมเดินทางไปนั้นมีประมาณ 80 คน ทำให้ จุดพักรถดูแคบลงทันที ร้านอาหารต่างๆ ไม่สามารถรองรับความต้องการได้ เนื่องจากวัตถุดิบหมด ทำให้ผู้ร่วมเดินทางบางคนไม่ได้รับประทานอาหารกลางวัน แต่ยังโชคดีที่มีร้านสะดวกซื้อให้ได้ซื้อ ขนม น้ำ ตลอดจนอาหารสำเร็จรูป ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังที่พักจังหวัดขอนแก่น ระหว่างการเดินทางบนรถบัสปรับอากาศของมหาวิทยาลัย นำความเงียบสงบมาสู่คณะเดินทาง บรรยากาศบนรถ ทุกคนต่างพักผ่อนโดยไม่มีเสียงโหวกเหวกแต่อย่างใดรวมทั้งตัวผมเอง อีกทั้งบนรถมีทั้งนักศึกษาจากวิทยาเขตมุกดาหารและนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปะปนกันอยู่ด้วยความที่พึ่งพบกันจึงทำให้ไม่สนิทกันมากจึงยังไม่ได้พูดคุยกันมากมาย การเดินทางของวันแรกจบลงที่ตลาดต้นตาล ทุกคนต่างหายจากความเมื่อยล้า เมื่อได้ไปสัมผัสตลาดต้นตาล ภายในมีการจัดแสดงวงดนตรี ร้านอาหาร เสื้อผ้า ตลอดจนร้านอื่นๆ มากมาย ผู้คนจำนวนมากมาเที่ยวชม เนื่องจากบรรยากาศของตลาดต้นตาลนั้นเหาะแก่การถ่ายภาพ ฟังเพลงเที่ยวซื้อของ หรือ หาที่รับประทานอาหารที่มีบรรยากาศดีๆ ทางคณะแวะเที่ยวชมและเติมพลังก่อนที่จะเดินเข้าที่พักในลำดัต่อไป
  เมื่อเดินทางออกจากตลาดต้นตาล

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556

งานครั้งที่ 7 ชิ้นที่ 1 และ 2

ดร.กฤษฎา จ่างใจมนต์ ผู้จัดการใหญ่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เนเจอร์กิฟ 711

 “อุปสรรค” คือส่วนหนึ่งของ “ความสำเร็จ”

 “ผมคิดว่าการทำงานทุกอย่างต้องมีอุปสรรค แต่ถ้าเจออุปสรรคแล้วเราคิดว่าอุปสรรคเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของความสำเร็จเราก็มีกำลังใจที่จะเดินต่อไปได้ อย่างมีอยู่ครั้งหนึ่งธนาคารโทรมาทวงเงิน คือตอนนั้นผมไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยเขาหลายเดือนแล้ว ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมกำลังเริ่มผลิตกาแฟ ผมก็บอกว่ารอนิดหนึ่งนะ กำลังทำกาแฟอยู่ เจ้าหน้าที่ธนาคารก็บอกว่าเห็นด็อกเตอร์ทำมาตั้งหลายอย่าง ไม่เห็นสำเร็จสักอย่าง ... ผมก็เลยบอกเขาไปว่า คุณรู้จักมิสเตอร์ฮอนด้าไหม มิสเตอร์ฮอนด้าเขาบอกว่ารถยนต์ฮอนด้าที่คุณเห็นเขาผลิตออกมาขายน่ะมันแค่ 5% ที่เขาทำมาทั้งหมด คือคุณเห็นแค่สิ่งที่เขาทำแล้วประสบความสำเร็จซึ่งมันมีเพียง 5% เท่านั้น ส่วนอีก 95% ซึ่งคุณไม่เห็นน่ะมันคือส่วนที่เขาทำแล้วล้มเหลว เจ้าหน้าที่ธนาคารเขาก็เลยเงียบไป เพราะฉะนั้นถ้าคุณทำอะไรแล้วมันล้มตลอดก็อย่าเพิ่งท้อ เราต้องรู้ว่าเราล้มได้ถึง 95 ครั้งนะ ขอแค่ชนะ 5 ครั้งก็พอแล้ว

 “ผมกับภรรยาจะไม่เลี้ยงลูกแบบคุณหนู ไม่สอนให้เขาฟุ้งเฟ้อ ลูกทุกคนจะช่วยกันทำงานหมด เราสอนเขาว่าอย่าอายถ้างานที่เราทำเป็นอาชีพสุจริต ลูกชายคนโตผมเขาเรียนจบปริญญาตรี ที่เอแบค ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ จบออกมาก็หางานทำไม่ได้ เขาก็ไปสมัครเป็นเซลส์เดินขายไส้กรอก ได้วันละ 100 บาท วันไหนขายไม่ได้ตามเป้าก็ไม่ได้เงิน ตอนเราเริ่มทำกาแฟเนเจอร์กิฟใหม่ๆ เรายังไม่มีเงินจ้างคนงาน ทุกคนในบ้านก็ต้องช่วยกันทำทุกอย่าง ตั้งแต่ผลิตกาแฟอยู่ในโรงรถ กลางคืนก็ให้ลูกชาย 2 คนไปซื้อน้ำตาลจากห้างแมคโคร ช่วยกันเข็นมา กลางวันเขาก็ต้องไปส่งกาแฟ ขับรถกระบะไปเอง แบกเองทุกอย่าง ตอนนี้ลูกทั้ง 3 คนเรียนจบหมดแล้ว ก็เข้ามาช่วยงานในบริษัท คือผมมองว่าเราไม่ได้อยู่กับเขาไปตลอด ไม่ได้อุ้มชูเขาทั้งชีวิต ดังนั้นถ้าให้เขาได้เจอกับความลำบากตั้งแต่วันนี้ ต่อไปวันข้างหน้าเจอปัญหาอะไรเขาก็รับได้หมด” ดร.กฤษฎา พูดถึงสิ่งที่เขาคาดหวังจากทายาททั้ง 3 ที่จะมาสืบสานกิจการเนเจอร์กิฟต่อไปในอนาคต

งานชิ้นที่ 2 Green ocean strategic

Green ocean strategy คือ กลยุทธ์ที่ใช้สร้างและผนวกคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่เน้นดำรงความยั่งยืนทางคุณค่า (Sustaining Value) ด้วยการแข่งขันกับตนเอง
องค์กรจะต้องทบทวนกิจกรรมในสายคุณค่าทั้งหมด เพื่อปลูกฝังเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ในทุกๆ กิจกรรม มิใช่การดำเนินเพียงกิจกรรมเพื่อสังคมหรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่นอกกระบวนการหรือแยกต่างหากจากการดำเนินธุรกิจ การพัฒนากลยุทธ์น่านน้ำสีเขียว จึงคำนึงถึงคุณค่าทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่ถูกสร้างขึ้นในสายคุณค่า ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนาสู่ความยั่งยืน